ไม่รู้ปัญหาของหนูเหมือนใครบ้างหรือเปล่า แต่อยากแชร์และขอความเห็นบ้างคะ เริ่มเลยนะคะ

หนูอายุ 23 ปี เพิ่งเรียนจบจากมหาลัยใน กทม แล้วก็ได้เข้าทำงานบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งคะ ที่ทำงานหนูมี ผอ.ฝ่ายเป็นผู้หญิงอายุมากแล้วแต่ยังโสด และมีรองหัวหน้าฝ่ายอายุ 46  หนูจะขอเรียกว่าลุง ก็แล้วกันนะคะ

หนูเป็นคนสวย ขาว สูงพอได้ เพื่อนๆ ในกลุ่มหรือในคณะบอกว่าหนูสวยอันดับต้นๆ เลย (ขอชมตัวเอง 55+)  แต่หนูไม่เคยมีแฟนทั้งๆ ที่มีคนมาจีบเยอะเพราะว่าหนูเลือกมาก ตามธรรมดาที่หนูโตมากับซีรีย์เกาหลีทำให้หนูชอบผู้ชายสไตล์เกาหลี คือขาว สูง หน้าตี๋ ตาตี๋ด้วยนี่สเป็คหนูเลย มีหลายคนมาจีบตั้งแต่มัธยมจนถึงมหาลัยแต่หนูไม่คบแม้ว่าจะหล่อตามสเป็คเพราะหนูรู้สึกว่ายังไม่ใช่ตามที่หนูชอบ คือคุยได้ แต่ถ้าเบื่อแล้วหนูก็จะบอกว่าเบื่อแล้วก็เลิกคุยเลย 55555+

จนหนูมาทำงานที่นี่ คือจริงๆ หนูยังไม่อยากทำงานเลยแต่ว่าหนูจะเรียนต่อนอกโท MBA  เลยอยากโพรไฟล์ดีๆ จากการทำงานด้วย โชคดีบริษัทนี้รับหนูเพราะเป็นบริษัทใหญ่ พอเอามาเป็นโพรไฟล์ได้ หนูกะว่าทำงานซักสองปีก็จะไปเรียนต่อ

ทีนี้ตาลุงคนนี้ หนูขอเรียกว่าลุงนะคะ เป็นรองผู้อำนวยการฝ่าย รองจากป้า ผอ. ยังไม่มีแฟน (หนูก็สงสัยทำไมยังไม่มี) สเป็คตรงข้ามกับที่หนูชอบหมดเลย คือไม่สูง (หนูสูง 163cm ลุงสูงกว่าหนูสัก 3-4 cm. เอง) ผิวดำคล้ำ ตาโต อายุก็มากด้วยซึ่งหนูไม่ชอบเลย หนูชอบคนอายุใกล้ๆ กันมากกว่า แล้วหัวก็เริ่มเถิกๆ 55+  เพราะว่าลุงเค้าชอบเล่นกีฬา เขาชอบปั่นจักรยานไกลๆ วิ่งระยะมาราธอน และเล่นไตรกีฬาด้วย ร่างกายจึงกำยำล่ำสัน สมส่วน กล้ามใหญ่ เห็นกล้ามแล้วอยากเอามือลูบเล่น 555+

ทีนี้เรื่องมันเริ่มจาก ป้า ผอ.เขาให้ลุงมาเป็นคนดูแลหนูเพราะว่าหนูเพิ่งมาทำงานใหม่ คือดูแลในเรื่องงานทุกอย่างนะคะ ในฝ่ายหนูเป็นเด็กสุด และเพิ่งมาใหม่คนเดียว หนูจึงต้องเรียนรู้งานอย่างหนัก เพราะตัวงานถือว่ายากและหนูก็ไม่รู้ว่าทำไมรับหนูมา คนที่รับมาก็ป้า ผอ. กับลุงนี่ล่ะคะที่สัมภาษณ์หนูเข้ามา
ลุงเค้าเป็นคนใจดี ใจเย็น พูดเพราะ อัธยาศรัยดี มีแต่คนทักเค้าเวลาเดินไปไหนในบริษัท เขาคุยด้วยตั้งแต่กรรมการผู้จัดการยัน รปภ และแม่บ้าน เวลาใครเจอเค้าทุกคนต้องไหว้ต้องทัก และลุงก็พูดด้วยแบบไม่ถือตัว รวมทั้งพนักงานในบริษัทก็ชอบคุยกับเค้า ในฝ่ายก็เคารพรักใคร่เค้าเป็นอันดีค่ะ เป็นกันเอง แซวกันเล่นๆ ได้ตลอดในเวลางาน ทำให้หนูเวลาทำงานกับลุงเค้าแล้วรู้สึกดีมากๆ เขาดูแลเรื่องการทำงานให้ตลอด ถามเสมอว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า อะไรที่ทำไม่ได้หรือแก้ปัญหาไม่ไหวก็ได้ลุงช่วยจนหนูผ่านโปร 4 เดือนได้ไปพนักงานเต็มตัว

ตรงข้ามกับป้า ผอ. ป้าแกเป็นคนดุแบบไม่มีเหตุผล อารมณ์เสียง่าย เวลาหนูเสนองานหนูต้องโดนว่าตลอด แต่ลุงเขาจะช่วยดีเฟนต์ให้เสมอจนหนูรอดมาได้ พูดถึงป้า ผอ.เนี่ยเท่าที่รู้อยู่ทำงานได้เพราะเป็นญาติผู้อำนวยการใหญ่ อายุก็มากแต่ไม่ยอมออกเพราะเส้นใหญ่นั่นเองค่ะ ส่วนเรื่องงาน หนูเห็นลุงทำงานให้จนเป็นผลสำเร็จอยู่ตลอด ป้าเค้าก็ได้หน้าไป สบายเลย

พอระยะเวลาผ่านไป ก็มีเสียงแซวๆ จากพี่ๆ ในฝ่ายว่าสงสัยลุงจะมีคู่จริงๆ ซะที แซวให้เราได้ยินด้วย ลุงเขาก็ยิ้มเขิลๆ พูดแค่ว่าอะไร ไม่เห็นรู้เรื่อง หนูก็ทำหน้าเหรอหรา แล้วก็คุยกันเล่นๆ สนุกๆ กันไป ส่วนลุงกับหนูก็ยังทำงานด้วยกันอยู่ตลอด ลุงเขาก็ไม่มีทีท่าแสดงออกว่าชอบหนูอะไรเลย เค้าคุยเรื่องงาน และคุยเรื่องส่วนตัวบ้างเช่น เรียนภาษาเป็นยังไงบ้าง (หนูเรียนภาษาเตรียมสอบ Toefl ด้วย) กลับบ้านยังไง เพราะหนูยังนั่งรถเมล์หรือบางวันก็มารถไฟฟ้า บางทีเวลาหนูกลับถึงบ้านคิดอะไรก็ไม่รู้ ไลน์บอกลุงว่าถึงบ้านแล้วนะ ลุงก็พูดประมาณ ดีๆ พักผ่อนนะ เหนื่อยมาทั้งวัน  พอเจอหน้าตอนเช้าก็ทักทายปกติว่า เป็นไงบ้าง ทานข้าวยัง รถติดเปล่าวันนี้ พอคุยไปคุยมาเรื่อยๆ หนูก็เล่าเรื่องของหนูให้ฟังเยอะขึ้น เช่น หนูไม่เคยมีแฟนเลยแม้ว่าจะสวยขนาดนี้ 555+ มีคนมาจีบพอหนูเบื่อหนูก็เลิกคุย หรือไม่ก็คุยเรื่องที่บ้าน เรื่องเรียนภาษา เรื่องไปเที่ยวนั่นนี่ บางทีวันเสาร์อาทิตย์ลุงก็ไลน์มาสวัสดีครับ ทำอะไรบ้างวันนี้ หนูก็เผลอไลน์คุยว่าไปกินข้าวซื้อของนั่นนี่อยู่ตลอด ส่วนวันธรรมดา ทุกวันพอถึงบ้านหนูก็ไลน์บอกว่าถึงบ้านแล้วนะ จะนอนแล้วนะ อะไรแบบนี้ประจำเลย

แต่ถึงขนาดนี้ หนูก็ยังรู้สึกว่าลุงเขาไม่ได้ชอบหนูเลย เขาทำแบบนี้เหมือนกับว่าเขาได้ทำหน้าที่ดูแลหนูซึ่งเขาต้องทำเป็นปกติ และหนูรู้สึกดีมากๆ ที่มีลุงเขาดูแล หนูรู้สึกว่าลุงเขาเป็นคนเก่งและดูแลคุ้มครองหนูได้ทุกเรื่อง เวลาหนูติดปัญหาเรื่องงานลุงจะใช้เวลาดูงานให้หนูอย่างเต็มที่โดยไม่บ่น หรือถ้างานหนูไม่เสร็จตามเวลาลุงก็จะช่วยแบ่งงานเอาไปช่วยทำด้วย เวลาหนูเข้าประชุมกับป้า ผอ.และลุง (ลุงมักดึงหนูเข้าไปจดประเด็นการประชุมอยู่ตลอดโดยให้เหตุผลว่าจะได้เก่งเร็วๆ) เวลาลุงพรีเซนต์งาน (จริงๆ เป็นงานป้า ผอ. แต่ป้าให้ลุงทำตลอด) แล้วหนูชื่นชมมากๆ เพราะลุงมั่นใจและดูมีภูมิความรู้ ทั้งผู้อำนวยการใหญ่ ทั้งฝรั่งทั้งไทยทั้งญี่ปุ่นนั่งฟังผยักหน้าหงึกๆ เวลาลุงจะโดนต้อนจากคำถามโหดๆ ลุงก็ตอบได้ฉะฉานตรงประเด็นแบบฟังรู้สึกว่า อีป้า ผอ. มานั่งทำอะไรอยู่นี่นะ 555+
จนกระทั่งเข้าเดือนที่ห้าของการทำงาน ก็มีหนุ่มๆ ฝ่ายอื่นเริ่มมาสนใจพูดคุยกับหนู ในหลายๆ คนนั้นมีคนนึงที่ดูจะดีกว่าเพื่อน ขอเรียกว่า หนุ่ม แล้วกันนะคะ หนุ่มมีลักษณะรูปกายภายนอกตามแบบสเป็คหนูเลย คือ สูง ขาว ตาตี่ หน้าตาดีพิมพ์นิยมเกาหลี ขับรถยุโรป บ้านรวย พ่อเป็นกรรมการบริษัทด้วย เทียบกับลุงที่เดินหรือนั่งรถเมล์มาทำงาน (ทำไมหนูจะเล่าให้ฟัง) หนุ่มเขาดูท่าทางชอบหนูจริงๆ เขาเดินข้ามแผนกมาคุยทุกวัน ไม่มีเรื่องคุยก็หาเรื่องมาคุยจนได้ หนุ่มอายุ 26 ปี จบโทจากอังกฤษ แต่ลุงจบโทจากอเมริกา หนูสืบทราบมาจากพนักงานเก่าๆ เล่าให้ฟังว่าลุงไม่ได้ไปทุนของตัวเองหรอก ลุงน่ะบ้านยากจน แต่ลุงเก่งจนสอบทุนไปเรียนโทที่อเมริกาได้ พอจบมาทำงานใช้ทุนในหน่วยงานราชการมาสิบกว่าปีก็เลยลาออกมาทำงานเอกชน ถ้าลุงมาทำงานเอกชนเร็วกว่านี้ตำแหน่งคงก้าวหน้าจนได้เป็นรองกรรมการผู้จัดการแล้วเพราะลุงเป็นคนเก่งมากๆ ผู้ใหญ่ชอบลุงทุกคน เค้าว่ากันอย่างนี้ค่ะ และที่ลุงเดินมาทำงานหรือนั่งรถเมล์มาเพราะลุงมาเช่าอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ใกล้ๆ ที่ทำงาน จะได้มาถึงที่ทำงานเร็วๆ และตอนเลิกงานลุงจะได้ไปฟิตเนสในห้างใกล้ๆ ที่ทำงานได้วย คือลุงเป็นคนรักสุขภาพมากๆ ค่ะ

พอหนุ่มมาคุยกับหนูเรื่อยๆ หนูก็คุยด้วย ตอนกลางวันก็ไปทานข้าวกัน แรกๆ ไปกันเป็นกลุ่ม จนนานๆ ไปก็ไปกันสองคน ลืมบอกค่ะว่าหนูไม่เคยเห็นลุงไปทานข้าวข้างนอกเลยแต่เขาจะฝากแม่บ้านซื้อมาให้ตอนกลางวันแล้วให้แม่บ้านจัดสำหรับให้ โดยให้เงินแม่บ้านเป็นเดือนๆ ถามพี่ๆ คนเก่าก็บอกว่าลุงงานเยอะ แต่บางครั้งลุงก็ชวนน้องๆ ในฝ่ายไปทานข้าวนอกด้วยกันอยู่บ้าง ตอนหนูมาใหม่ลุงก็ชวนไปทานข้าวกัน ไปทั้งฝ่ายเลย หนูไม่เคยไปกับลุงสองต่อสอง ส่วนหนูพอไปกินข้าวข้างนอกกับหนุ่มบ่อยๆ เข้าบางทีเถลไถลไปนานหน่อยกลับออฟฟิสช้าก็เห็นลุงกำลังดูๆ งานบนโต๊ะแล้วเอาไปทำ หนุ่มกับลุงก็ทักทายกันเป็นปกติ เขาก็สนิทกันพอประมาณแม้ว่าลุงจะตำแหน่งสูงกว่าแต่ลุงก็คุยด้วยอย่างไม่ถือตัว แล้วที่หนูมาสายลุงก็ไม่ได้ว่าอะไร เมื่อเห็นหนูลุงก็คุยเรื่องงานไปตามปกติ แต่เมื่อบ่อยครั้งเข้าที่หนูมาเลทลุงก็ถามว่าไปทานข้าวที่ไหนก็มาเหรอ หนูก็บอกๆ ไปพลางคิดในใจว่าหนูขอโทษนะ หนูไม่อยากมาสายเลย แต่หนุ่มชวนเดินดูของในห้างก่อนเข้าที่ทำงาน แต่หนูก็ไม่พูดออกไป สถานการณ์เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนคนลือทั้งบริษัทว่าหนูกับหนุ่มเป็นแฟนกัน ลุงก็คงรู้ด้วย หนูสังเกตุเห็นว่าลุงเขาดูเศร้าไป ไม่ค่อยชวนหนูคุยเรื่องอื่นเหมือนเดิม แต่เรื่องงานลุงเขายังดูแลเหมือนเดิมและเหมือนจะดูแลขึ้นเยอะด้วยเพราะหนูมีภารกิจรับผิดชอบเยอะขึ้น ลุงก็เลยงานเยอะขึ้นเพราะต้องช่วยหนูเรื่องงาน ทุกๆ เที่ยงตอนหนุ่มมาชวนหนูไปทานข้าวลุงก็มองผ่านประตูกระจก ตอนเย็นวันไหนถ้าหนูจะไปกินข้าวหรือเดินห้างกับหนุ่ม ลุงก็มองตามจนลับประตูไป
จนคืนนึงหนูก็คุยไลน์กับลุงซึ่งช่วงนี้จะเป็นเรื่องงานเป็นส่วนใหญ่แล้ว ซึ่งหนูก็พอรู้ว่าจริงๆ เรื่องงานรอคุยพรุ่งนี้ก็ได้ แต่เหมือนลุงจะชวนคุย มีทั้งถามด้วยว่าทานข้าวหรือยัง รถติดหรือเปล่า อะไรประมาณนี้ หนูกับลุงก็วกมาเรื่องหนูรู้จักเหนื่อยกับงานและเหงาๆ ชอบกล คือหนูเคยบอกลุงว่าหนูไม่เคยมีแฟนเลย ถ้ามีแฟนแล้วคงจะดีอย่างนั้นอย่างนี้ มีคนไว้ระบายและคอยปรึกษาอะไรประมาณนี้ พอหนูพูดอย่างนี้ลุงก็บอกว่า หาแฟนที่จริงใจและดูแลเราได้ซักคนสิ หนูก็บอกว่าหนูเลือกมาก และหนูเบื่อง่ายด้วย แล้วสเป็คที่หนูต้องการหนูคงต้องเลือกมากๆ หน่อย ลุงเขาก็พูดว่า อายุเป็นเรื่องของตัวเลข ไม่ใช่ความผิดของคนที่รักหนูแต่เผอิญเขาเกิดมาก่อน แต่ถ้าเขารักหนูจริง คุ้มครองหนู และทำให้หนูมีความสุขได้ หนูก็น่าจะลองเปิดใจคบดู หนูก็เลยคิดในใจ เอาแล้ว ลุงจะชงตัวเองแล้วทีนี้ หนูก็เลยพูดไปว่า ถ้าสเป็คหนูหายากนักหนูก็ไม่เอาหรอกคนที่อายุต่างกันเยอะๆ ไม่ใช่สเป็คหนู ถ้าหนูไม่มีใครจริงๆ หนูอยู่เป็นโสดจนตายดีกว่า  พอหนูพูดอย่างนี้ไปก็นึกได้ว่าเราพูดแรงไปเปล่า เพราะเห็นลุงเงียบไป อีกซักครู่ลุงก็พูดว่า ขอให้หนูหาคนที่ถูกใจได้โดยเร็ว หนูจะได้มีความสุข ทำใจให้สบายนะ เดี๋ยวก็เจอคนถูกใจ ถ้ามีอะไรไม่สบายใจหรืออยากปรึกษาก็คุยกับลุงได้ไม่ว่าเรื่องอะไร จากนั้นลุงก็ส่งสติ๊กเกอร์กู๊ดไนท์ตามปกติ

พอลุงส่งสติ๊กเกอร์มาแล้วหนูก็คิดได้ว่า เราพูดอะไรกับลุงแรงไปหรือเปล่านะ อยากไลน์ไปคุยอีกเพราะเห็นเฟซลุงขึ้นว่ายังใช้งาน แต่หนูไม่เคยง้อหรือคุยกับใครก่อนอยู่แล้ว (แย่นะ) หนูเลยทำเฉยๆ ไป จริงๆ ลุงถ้าส่งสติ้กเกอร์กู๊ดไนท์แล้วก็ไม่เคยส่งอะไรมาอีกเพราะมักจะบอกว่าให้หนูนอนพักผ่อนให้เยอะๆ

พอวันรุ่งขึ้นมาทำงานเจอกัน หนูก็หวัดดีลุงตามปกติ แต่ลุงดูเศร้าหมองลงกว่าเดิมมากๆ คือสายตาของลุงที่มองหนูมันดูออก เหมือนกับว่าลุงปิดบังทางการแสดงออกได้แต่ทางสายตาลุงปิดบังไม่ได้เลย แต่ก็ยังพูดทักทายหนูอย่างสุภาพเหมือนเดิม หนูก็ไม่รู้จะพูดอะไรแต่ก็ทำหน้านิ่งๆ ก้มหน้าทำงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนเที่ยงหนุ่มมารับไปทานข้าวเหมือนเดิม ตอนหนูเดินออกไปก็เหลือบไปเห็นลุงมองมาเหมือนเดิม พลันทำให้หนูรู้สึกเศร้าอย่างบอกไม่ถูก หนูไม่รู้ว่าทำอะไรลงไป ที่หนูไปกับหนุ่มบ่อยๆ กับคนที่มีสเป็คภายนอกถูกใจแต่หนูไม่มีความสุขเลย เพราะการเทคแคร์ การดูแล ความเป็นผู้นำ การเอาเอกเอาใจ หนุ่มสู้ลุงไม่ได้เลย สิ่งที่หนุ่มคุยกับหนูเวลาอยู่ด้วยกันก็คือหนุ่มเขาจะขี้คุยและภาคภูมิใจในตัวเองมาก เขาเป็นคนเล่นรถเล่นเครื่องเสียงซึ่งหนูไม่รู้เรื่อง และหนุ่มก็เอาแต่คุยเรื่องนั้นตลอด ไม่ได้สนใจหนูเลย สิ่งที่หนุ่มคุยคือเรื่องดีๆ ของตัวเองที่ไปทำอะไรที่นั่นที่นี่ และที่ทำให้หนุ่มขี้คุยมากขึ้นก็คือเพราะมีหนูไปทานข้าวด้วย และเขาชอบทำตัวเป็นเจ้าของหนูต่อหน้าคนอื่น ซึ่งหนูไม่ชอบเอามากๆ
สถานการณ์เป็นอย่างนี้อยู่ตลอดมา และหนุ่มก็รุกหนักขึ้นเรื่อยๆ เช่นขอขับรถไปส่งบ้าน บางวันหนูเหนื่อยๆ หนูก็ยอมให้ไปส่ง พอบ่อยๆ เข้าก็เริ่มแตะเนื้อต้องตัว ทั้งๆ ที่หนูไม่ได้บอกว่าจะคบกับหนุ่มเลย พอหนุ่มจะจับมือหนูก็เอามือออกแล้วบอกว่าอย่า หนูไม่ชอบอย่างนี้ หนุ่มก็เอามือออกแล้วพูดมุกตลกฝืดๆ เพื่อให้ตัวเองดูดีของหนุ่มซึ่งทำให้หนูเบื่อมาก ทำให้หนูรู้สึกเลยว่าความหล่อแต่ภายนอกช่วยอะไรไม่ได้เลยจริงๆ ตอนนี้ถ้าไม่จำเป็นหนูก็จะไม่ให้หนุ่มขับรถไปส่งบ้านแล้ว ตอนไปทานข้าวกลางวันหรือก็จะพยายามชวนเพื่อนๆ พี่ๆ ไปด้วย หนูเชื่อแล้วเข้าใจแล้วว่ารูปร่างหน้าตาภายนอกมันเพียงแค่สิ่งจอมปลอมและไม่ได้สร้างความสุขให้เราอย่างแท้จริงเลย แต่ความดีเท่านั้นค่ะที่จะมั่นคงและทำให้เรามีความสุข

มีเรื่องที่หนูสงสัยอยู่เรื่องนึงคือทำไมลุงยังไม่มีแฟน ทั้งๆ ที่เป็นคนเก่ง มีความสามารถ นิสัยดี บุคลิกภาพดี มีความเป็นผู้นำ หนูก็เลยแอบถามพี่คนนึงในฝ่ายที่ทำงานมานาน ทำงานมาก่อนลุงอีก พี่เขาบอกว่าลุงเคยมีแฟนนะ เป็นคนเก่งด้วยอยู่บริษัทเดียวกันนี้แหละ แต่เลิกกันเพราะทางบ้านผู้หญิงไม่ชอบลุง เพราะว่าลุงจน ทั้งๆ ที่จริงลุงไม่ได้จน แต่ลุงเป็นคนสมถะ มีบ้านเล็กๆ อยู่แถบสวนชานเมือง มีรถแต่เอาให้พ่อแม่ใช้ที่บ้านต่างจังหวัด ส่งน้องเรียนจนจบปริญญาโท ที่ลุงมาอยู่อพาร์ตเมนต์เล็กๆ เพราะลุงขี้เกียจเดินทางเพราะงานเยอะ อีกทั้งลุงเขาชอบออกกำลังกาย ถ้ามาอยู่อพาร์ตเมนต์ก็ได้ไปฟิตเนสทุกหลังเลิกงานหกโมง ส่วนวันเสาร์อาทิตย์ลุงก็จะปั่นจักรยานออกต่างจังหวัด หรือไปวิ่งไกลๆ ซึ่งหนูแอบไปส่องเฟซลุงก็เห็นเป็นอย่างนั้น ลุงมีภาพไปปั่นจักรยาน ไปวิ่งในที่ต่างๆ มีไปวิ่งที่ต่างประเทศมาด้วย หนูเลยเข้าใจลุงตรงนี้

มีสิ่งหนึ่งที่ลุงทำตลอดเวลาอย่างสม่ำเสมอก็คือ ตอนก่อนนอนลุงจะส่งข้อความมาอวยพรหรือส่งสติ๊กเกอร์มากู๊ดไนท์ตลอด แต่หนูไม่ตอบและไม่กดดูแต่ว่าก็จะเห็นในหน้าจอของไลน์ ตอนนี้มีข้อความและสติ๊กเกอร์เป็นร้อยแล้วที่หนูไม่เปิดดูของลุง แต่ลุงก็ยังส่งมาอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ หนูรู้เลยว่าลุงส่งสติ๊กเกอร์อะไรมาเพราะลุงส่งมาตลอดตั้งแต่เราคุ้นเคยกันในตอนแรก หนูถามตัวเองว่าทำไมไม่ตอบหรือกดดูให้ลุงรู้ว่าหนูดูแล้วนะ คำตอบของหนูคือหนูไม่อยากทำให้ลุงเสียใจที่มาเกี่ยวข้องกับหนู เพราะหนูพูดกับลุงไว้แรงมากๆ และหนูไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองโดยลดทิฐิมานะที่ว่าไม่ชอบคนอายุมาก หนูจะไม่เสียเวลาคิดเลยถ้าลุงอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับหนู หนูจะยอมเป็นแฟนลุงทันทีโดยไม่ให้ลุงเอ่ยปากด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าลุงอายุมากกว่าหนูมากเกินไป หนูกลัว หนูไม่อยากเปลี่ยนแปลงในตัวตนของหนู ลุงเป็นคนดีมากๆ หนูรู้เพราะหนูทำงานอยู่ใกล้ชิดกับลุงทุกวัน แต่หนูทำใจลำบากเหลือเกินที่จะรักลุงค่ะ หรือหนูควรเปลี่ยนความคิดไปรักลุงให้แล้วๆ ไปเลย ชีวิตหนูคงจะมีความสุขมาก พี่ๆ คะ หนูควรทำยังไงดี?
เรื่องของหนูยาวหน่อยนะคะ พี่ๆ เพื่อนๆ มีความเห็นว่ายังไง ควรทำยังไงดี วันนี้หนูก็เพิ่งเจอลุงเค้าที่ทำงานก่อนเค้าจะไปประชุม เค้ายังเทคแคร์หนู ถามถึงเรื่องงานหนู และมองตาหนูด้วยความเอื้ออาทรมากๆ แต่เฮ้อ เย็นนี้หนุ่มเขาก็จะชวนหนูไปทานข้าวอีกแล้ว ทำไงๆๆๆ คะ